ไฮฟู ชนิดใช้งานที่บ้าน

เครื่อง HIFU ชนิดใช้งานที่บ้านที่ล้ำหน้าที่สุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่องต้านริ้วรอยและต้านความเสื่อมของวัยรุ่นใหม่ซึ่งใช้ได้ที่บ้านคุณ ซึ่งเครื่องนี้ได้รับการพัฒนาโดยสถาบันวิจัยชั้นนำ American Myron Medical Cosmetic Research Institution เครื่อง HIFU ไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติที่เหนือชั้นเช่นเดียวกับเครื่อง HIFU เครื่องใหญ่ ที่มีทั้งประสิทธิภาพมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ สามารถยกกระชับผิวในชั้นผิวที่ลึก และไม่จำเป็นต้องมีการพักพื้น แต่เครื่องนี้ยังมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ใช้งานง่าย และมีความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเทคโนโลยีด้านความงามโดยใช้ advanced ultrasonic อย่างมีความปลอดภัย และสะดวกที่บ้าน ในขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีความงามของเครื่อง HIFU ต้องไปทำที่คลินิก เครื่อง HIFU ขนาดเล็กนี้ได้รางวัลชนะเลิศในงานแสดงสินค้า California Industrial Design Exhibition.   

คำถามที่พบบ่อย

Q ถาม: ผลการทำเลเซอร์จะดีหรือไม่ดีขึ้นกับอะไร A ตอบ: ขึ้นกับปัจจัย 3 อย่าง คือ แพทย์ เครื่องมือ และคนไข้ การทำเลเซอร์ไม่เหมือนการถ่ายเอกสาร ไม่ใช่แค่ยืนกดปุ่มแล้วเอกสารทุกแผ่นจะเหมือนกันเปี๊ยบ การใช้เครื่องเลเซอร์ให้ได้ผลดีต้องอาศัยประสบการณ์ ทักษะ และการตัดสินใจของแพทย์ เครื่องเลเซอร์ในแต่ละชนิดมีหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์มีแหล่งผลิตที่ต่างกัน ทำให้ราคาเครื่องและประสิทธิภาพของเครื่องมือต่างกัน เลเซอร์ที่ผู้ผลิตได้ลงทุนทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องย่อมน่าเชื่อถือและไว้ใจได้มากกว่าเลเซอร์ที่ผลิตโดยการลอกเลียนแบบเขามา นอกจากนี้คนไข้ที่ดูแลแผลและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ผลการทำเลเซอร์ดี Q ถาม: มีวิธีดูแลแผลเลเซอร์อย่างไร A ตอบ: เลเซอร์มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่ทำแล้วไม่มีแผลหลังทำและชนิดที่มีแผลหลังทำ ชนิดที่ทำแล้วไม่มีแผลหลังเลเซอร์ คุณจะแต่งหน้า ล้างหน้า และอาบน้ำได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องทำอย่างเดียวคือทาครีมกันแดดและหลบแดดดีๆ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ชนิดที่มีแผลหลังทำ แพทย์มักปิดแผลไว้ 48-72 ชั่วโมง หลังจากนั้นคุณต้องลอกที่ปิดแผลออกเอง หมั่นทายาและทำแผลตามที่แพทย์แนะนำ ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและทาครีมบำรุงบริเวณแผลจนกว่าสะเก็ดจะหลุดหมด ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกเองอย่าแกะลอกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แผลติดเชื้อและเกิดแผลเป็นได้ Q ถาม: แผลหลังเลเซอร์มีลักษณะอย่างไร A ตอบ: […]

เส้นเลือดฝอย เส้นเลือดขอด

เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดเป็นปัญหาสำคัญของคุณผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่นิยมสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น วิธีมาตรฐานในการรักษาเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดคือ การฉีดยาเข้าเส้นเลือดเพื่อทำให้เส้นเลือดเหล่านั้นตีบตัวลง คนที่กลัวเข็มฉีดยามักเสาะแสวงหาวิธีการรักษาอื่นๆ และเลเซอร์มักเป็นความหวังอันดับต้นๆ ที่หลายคนต้องการใช้เป็นที่พึ่ง เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยปกติแล้วเส้นเลือดดำจะสามารถยืดและหดตัวโดยการช่วยของกล้ามเนื้อน่องเพื่อส่งเลือดดำบริเวณขากลับไปฟอกที่หัวใจ การที่เราเห็นเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดที่ขา เกิดจากเส้นเลือดเหล่านี้โป่งพองแล้วไม่หดกลับและมีการคั่งของเลือดบริเวณดังกล่าว เส้นเลือดขอดคือการโป่งตัวของเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่กว่าของเส้นเลือดฝอย ผลข้างเคียงในระยะยาว การเป็นเส้นเลือดขอดติดต่อกันนานๆ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีผิวบริเวณข้อเท้าเป็นสีน้ำตาลแดง เกิดการอักเสบของผิว ผิวหนังแตกเป็นแผลและมีอาการปวดขาเป็นระยะๆ ได้ สาเหตุของเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอด สาเหตุการเกิดเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดมีหลายกรณี ได้แก่ กรรมพันธุ์ ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน การเพิ่มความดันในช่องท้อง กรรมพันธุ์ เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่พบบ่อย คนที่มีเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดมักมีประวัติสมาชิกในครอบครัวที่เป็นแบบเดียวกัน การใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานที่ต้องนั่งหรือยืนเฉยๆ อยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ติดต่อกันทุกวันจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับไปที่หัวใจลำบาก เพราะไม่มีการบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อน่องเพื่อช่วยส่งเลือดกลับไปที่หัวใจ เลือดที่คั่งอยู่จึงไปดันให้เส้นเลือดดำที่ขาโป่งออก การเพิ่มความดันในช่องท้องเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเบ่งถ่ายบ่อยๆ ในคนที่ท้องผูกเป็นประจำ คนตั้งท้องที่มดลูกค่อยๆ ใหญ่ขึ้นและไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่ท้อง วิธีมาตรฐานในการรักษา วิธีฉีดยาเข้าเส้นเลือดเพื่อให้เส้นเลือดตีบตัวลง (Sclerotherapy) คือ วิธีมาตรฐานในการรักษาเส้นเลือดฝอยที่ขา ยาที่ฉีดเข้าไปมีคุณสมบัติในการทำให้ผนังเส้นเลือดหดตัวเข้าหากัน โดยปกติต้องทำการฉีดรักษาทุกเดือนติดต่อกัน 4-5 ครั้ง สำหรับคนไข้ที่มีเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่และมีการตรวจพบความผิดปกติของเส้นเลือดดำใหญ่ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเส้นเลือดนั้นออก เลเซอร์รักษาได้ไหม เลเซอร์มักใช้สำหรับรักษาเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กมากๆ จนไม่สามารถฉีดยาได้ เลเซอร์ที่นิยมใช้เพื่อการนี้คือเลเซอร์เอ็นดีแย็ก เส้นเลือดที่ขามักมีขนาดใหญ่และมีผนังหนา ทำให้พลังงานความร้อนจากแสงเลเซอร์ไม่สามารถทำให้เกิดการฝ่อตัวของเส้นเลือด อีกทั้งแสงเลเซอร์ยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทะลุลงไปในผิวหนังลึกมากนัก […]

กำจัดขน

ขนดกหรือขนที่ขึ้นในตำแหน่งที่ไม่ต้องการเป็นอีกปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยเลเซอร์ วิธีการกำจัดขนที่คนทั่วไปนิยมกัน ได้แก่ การโกน ถอน และแวกซ์ ซึ่งไม่ถาวร เพราะต้องโกน ถอน หรือแวกซ์เป็นระยะๆ เป็นประจำ อีกปัญหาหนึ่งที่มักตามมาหลังการกำจัดขนด้วยวิธีดังกล่าวคือ อาการูขุมขนอักเสบ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นผมหรือเส้นขนที่ขึ้นใหม่ไม่สามารถงอกทะลุรูขุมขนขึ้นมา ทำให้เกิดการอุดตันและอักเสบ เกิดเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองขนาดเล็กๆ รอบรูขุมขน แต่เดิมวิธีการกำจัดขนถาวรมีเพียงวิธีเดียว คือ การจี้รูขุมขนทีละรูด้วยไฟฟ้า ซึ่งเป็นวิธีการที่เจ็บ เสียเวลา และเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น การเกิดแผลเป็น รอยคล้ำ ปัจจุบันเลเซอร์ถือเป็นวิธีกำจัดขนที่ได้มาตรฐานและได้ผลดี เลเซอร์กำจัดขนได้อย่างไร แสงเลเซอร์ที่ใช้กำจัดขนมีความสามารถพิเศษในการทะลุทะลวงไปจับเซลล์บริเวณรากขน แล้วแสงจะเปลี่ยนเป็นพลังงงานความร้อน ทำให้รากขนเกิดการฝ่อและสลายตัวไปในที่สุด ด้วยเทคนิคในการส่งพลังงานในเสี้ยวเวลาหนึ่งในพันของวินาที ทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นถูกจำกัดวงไว้เฉพาะบริเวณรอบๆ รูขุมขน ดังนั้นโอกาสเกิดผลข้างเคียงจึงน้อยมาก เลเซอร์กำจัดขนมีกี่ชนิด เลเซอร์ที่ใช้สำหรับกำจัดขนมีหลายชนิด ได้แก่ เลเซอร์ทับทิม เลเซอร์อะเล็กซานไดรต์ เลเซอร์ไอโอด เลเซอร์เอ็นดีแย็ก และแสงไอพีแอล ในบรรดาเลเซอร์ที่กล่าวมาทั้งหมด มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนที่ใกล้เคียงกันมาก ข้อแตกต่างคือ โอกาสเสี่ยงกับผลข้างเคียงหลังเลเซอร์ เลเซอร์ชนิดไหนเหมาะกับผิวคนไทย เลเซอร์ไอโอดและเลเซอร์เอ็นดีแย็กเป็นเลเซอร์กำจัดขนที่ปลอดภัยมากที่สุดสำหรับผิวของคนไทยและคนผิวคล้ำ เพราะเลเซอร์สองระบบนี้ปล่อยคลื่นแสงที่มีความยาวที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเลเซอร์กำจัดขนระบบอื่นๆ ทำให้พลังงานแสงส่วนใหญ่ทะลุลงไปบริเวณรากขนได้ลึกกว่า จึงทำให้โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้น้อยกว่า ส่วนเลเซอร์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับท่านที่ผิวคล้ำคือ เลเซอร์ทับทิม เพราะรายงานในวารสารวิชาการทางการแพทย์หลายแหล่งระบุว่า […]

ลบรอยสัก

คุณคงเคยได้ยินมาว่า ปัจจุบันเราสามารถลบรอยสักได้ด้วยเลเซอร์ และหลายคนคงคิดว่าการลบรอยสักด้วยเลเซอร์เป็นเรื่องง่ายพอๆ กับการสักที่จริงแล้วการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ไม่ใช่เรื่องหมูๆ อย่างที่หลายคนคิด เพราะต้องเลเซอร์หลายครั้งกว่ารอยสักจะจางหายไป และการเลเซอร์แต่ละครั้งจะรู้สึกเจ็บไม่น้อยกว่าตอนสักเลยครับ วิธีลบรอยสักในสมัยก่อนมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัดออก หากรอยสักมีขนาดเล็ก การแต้มด้วยน้ำกรด การสักทับด้วยสีเนื้อ แต่วิธีการเหล่านี้มักทำให้เกิดแผลเป็นและเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวตามมา ในวงการแพทย์เริ่มนำเลเซอร์มาใช้ลบรอยสักเมื่อประมาณสามสิบปีมาแล้ว ในปัจจุบันเลเซอร์ถือว่าเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้สำหรับลบรอยสัก เพราะเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด (แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์) ที่ว่าเลเซอร์เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเลเซอร์สามารถลบรอยสักออกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่แล้วรอยสักจะจางลงได้มากสุดประมาณ 90-95 เปอร์เซ็นต์ หลังเลเซอร์ประมาณ 10-15 ครั้ง โดยปกติจะต้องทิ้งระยะห่างระหว่างการเลเซอร์แต่ละครั้งประมาณ 2-3 เดือน ดังนั้นคุณต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นปีกว่าที่จะลบรอยสักให้จางลงในระดับที่น่าพอใจมีโอกาสน้อยมากที่เลเซอร์จะลบรอยสักออกได้หมดโดยไม่ทิ้งร่องรอย ความยากง่ายของการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ วิธีการสัก สีของรอยสัก ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์ เทคนิควิธีการทำเลเซอร์ และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำเลเซอร์ รอยสักที่สักโดยช่างสักมืออาชีพจะลบยากกว่ารอยสักที่สักโดยหมอพระหรือหมอลงคาถาอาคม รอยสักสีดำและสีน้ำเงินลบออกง่ายที่สุด ส่วนสีเหลืองและสีเขียวลบออกค่อนข้างยาก การลบรอยสักที่มีหลายสีจำเป็นต้องใช้เลเซอร์มากกว่าหนึ่งชนิด เพราะเลเซอร์แต่ละชนิดมีความสามารถลบรอยสักแต่ละสีแตกต่างกัน เลือกเครื่องเลเซอร์ให้ถูกกับสีของรอยสัก ชนิดของเลเซอร์ สีของรอยสักที่ลบได้ Q-switched Ruby เขียว ดำ น้ำเงิน Q-switched Alexandrit ดำ น้ำเงิน เขียว […]

ผิวหย่อน หนังยาน

ผิวหนังของเราจะเปลี่ยนแปลงสภาพไปตามอายุ นอกจากริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เป็นสัญญาณแห่งความชราภาพของผิวหนังแล้ว ภาวะผิวหย่อนยานก็เป็นอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนเปรียบเสมือนตาข่ายสปริงที่ประสานกันเป็นร่างแห ทำหน้าที่ค้ำจุนผิวหนังให้เรียบตึงและมีความยืดหยุ่น สามารถยืดหดได้เมื่อเกิดการดึงรั้งและกดทับการเสื่อมสภาพของเส้นใยคอลลาเจนมีสาเหตุหลักจากการทำลายของแสงแดดและสาเหตุรองจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ผิวหย่อนยานต้องแก้ไขที่จุดไหน หนังแท้ตั้งแต่ชั้นบนสุดจนถึงชั้นที่ติดกับชั้นไขมันมีเส้นใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก การเสื่อมสภาพของเส้นใยคอลลาเจนในหนังแท้ชั้นบนจะทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นขึ้น ส่วนการเสื่อมสภาพของเส้นใยคอลลาเจนในระดับลึกของหนังแท้ นอกจากก่อให้เกิดริ้วรอยที่ผิวหนังชั้นนอกแล้ว ยังทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น ส่วนของผิวหนังที่เห็นการหย่อนยานได้ชัดเจนได้แก่ บริเวณแก้ม ร่องแก้ม ใต้คาง และคอ หลักการแก้ไขความหย่อนยานของผิวคือการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ในระดับที่ลึกและมากพอที่จะก่อให้เกิดการกระชับของผิว วิธีการรักษามีอะไรบ้าง วิธีการรักษาผิวหย่อนยานมี 2 วิธีหลัก คือ วิธีผ่าตัดเพื่อดึงผิว (Facelift) และวิธีการกระตุ้นผิวให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Non-surgical facelift) การทายามักไม่ได้ผล เพราะยาทาไม่สามารถกระตุ้นปริมาณการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ได้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้น การรักษาโดยวิธีการผ่าตัดเหมาะสำหรับคนที่มีความหย่อนคล้อยของผิวค่อนข้างมาก เลเซอร์รักษาได้ไหม เลเซอร์มีความสามารถในการทะลุทะลวงจำกัด สามารถกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนเฉพาะบริเวณหนังแท้ชั้นบน จึงเหมาะสำหรับการรักษาริ้วรอยย่น ส่วนภาวะการหย่อนคล้อยของผิวเกิดจากการเสื่อมสภาพของเส้นใยคอลลาเจนในระดับลึกเกินกว่าพลังงานของแสงเลเซอร์ทั่วๆ ไปจะลงไปถึง ดังนั้นเลเซอร์จึงช่วยให้ผิวหนังกระชับขึ้นน้อยมาก RF หรือคลื่นวิทยุ RF ย่อมาจาก “Radiofrequency” เป็นเครื่องมือที่ปล่อยพลังงานของคลื่นวิทยุเพื่อทำให้เกิดความร้อนขึ้นในหนังแท้ ความร้อนจะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเก่าเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา RF สามารถส่งพลังงานลงไปในหนังแท้ในระดับที่ลึกกว่าแสงเลเซอร์ จึงสามารถกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนได้มากกว่าและในระดับที่ลึกกว่า ความรู้สึกระหว่างการรักษาเป็นอย่างไร RF ที่มีใช้ในปัจจุบันแบ่งประเภทเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดขั้วเดียว […]

โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์

คุณที่กำลังเลือกวิธีการรักษาริ้วรอยเหี่ยวย่นมักมีความสับสนหนึ่งเกิดขึ้นในใจ นั่นคือ ไม่รู้ว่าจะรักษาด้วยโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ดี ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ริ้วรอยที่เห็นชัดขณะแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นแนวขวางบนหน้าผากที่เห็นขณะยักคิ้ว รอยย่นบริเวณหว่างคิ้วที่เกิดเวลาเราขมวดคิ้ว และรอยตีนกาที่เห็นเวลาเรายิ้ม ริ้วรอยต่างๆ เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ในตอนที่เราอายุน้อยกล้ามเนื้อจะหดและคืนตัวได้ดี ดังนั้นเมื่อเราหยุดแสดงสีหน้า ริ้วรอยพวกนี้ก็จะหายไป แต่เมื่ออายุมากขึ้นริ้วรอยย่นเหล่านี้จะเด่นชัดมากขึ้น และพัฒนาไปเป็นริ้วรอยที่คงอยู่แม้ว่าเราจะแสดงสีหน้าหรือไม่ก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะกล้ามเนื้อไม่สามารถคลายตัวกลับคืนได้เท่าเดิม จึงดึงรั้งผิวหนังให้เกิดเป็นรอยย่น ริ้วรอยอีกประเภทคือ ริ้วรอยที่ไม่ได้เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นที่บริเวณแก้ม คาง รอยบริเวณร่องแก้ม สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอยประเภทนี้คือ การเสื่อมสภาพของเส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่อค้ำจุนของผิวหนังจากการทำลายของแสงแดดและจากการเสื่อมตามกาลเวลาส่วนสาเหตุรองได้แก่ ผิวขาดความชุ่มชื้น การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า ฯลฯ หลักในการเลือกวิธีการรักษา หลักง่ายๆ ในการเลือกวิธีการรักษาคือ โบท็อกซ์เหมาะสำหรับริ้วรอยที่เกิดขณะแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกา เลเซอร์เหมาะสำหรับริ้วรอยที่ไม่ได้เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นที่บริเวณแก้ม คาง ส่วนฟิลเลอร์ใช้แก้ไขริ้วรอยในส่วนที่โบท็อกซ์และเลเซอร์แก้ไขไม่ได้ เช่น รอยบริเวณร่องแก้ม รอยบริเวณหว่างคิ้วที่ลึกมากจนโบท็อกซ์แก้ไขได้ไม่หมด โบท็อกซ์ คือคำที่ใช้จนติดหู โบท็อกซ์ คือ […]

ริ้วรอยเหี่ยวย่น

ริ้วรอยเหี่ยวย่นเป็นสัญญลักษณ์แห่งความชราที่ไม่มีใครต้องการให้ปรากฏบนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า สาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นคือความเสื่อมสภาพของผิวจากแสงแดด ถ้ามองกันให้ลึกถึงระดับเนื้อเยื่อจะพบว่า การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เด่นชัดอย่างหนึ่งคือการเสื่อมสลายของเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ดังนั้น วิธีการรักษาที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลเจนใหม่ขึ้นมาจะช่วยคืนความอ่อนวัยให้แก่ผิวได้ ยาทาได้ผลจริงหรือ การทายาเป็นวิธีการลดเรือนริ้วรอยเบื้องต้นซึ่งคุณรักษาได้ด้วยตัวเองแต่เป็นวิธีที่ได้ผลน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีการรักษาอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีริ้วรอยน้อยๆ หรือคนที่กลัวเจ็บจากวิธีการรักษาอื่นๆ ยาทาเพื่อลดเลือนริ้วรอยเป็นยากลุ่มเดียวกับยาทาเพื่อรักษาแผลหลุม เพราะผลที่เราต้องการคือสิ่งเดียวกัน คือ การกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นที่ชั้นหนังแท้ ยาทาที่ได้ผลดีที่สุด ได้แก่ ยาทาที่มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดเรติโนอิก หรือกรดวิตามินเอ ซึ่งต้องทาติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 3-4 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล ผลข้างเคียงที่ควรระวังคือ การเกิดผื่นแดง ผิวแห้ง เนื่องจากการระคายเคือง การปรับสภาพผิว (Resurfacing) ไม่ใช่แต่วัยรุ่นเท่านั้นที่ใจร้อน ผู้สูงอายุก็ใจร้อนเช่นกัน ส่วนใหญ่คนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นมักใจร้อน มีความกังวล และไม่ค่อยอดทนกับการรอคอยผลของการทายา วิธีการรักษาโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์มักจะให้ผลเร็วกว่าและเห็นได้ชัดเจนกว่า การปรับสภาพผิวนับเป็นวิธีการหลักที่แพทย์ใช้ในการลดริ้วรอยเหี่ยวย่น มีหลายวิธี เช่น การกรอด้วยเกล็ดอัญมณี การลอกผิวด้วยสารเคมี และการใช้เลเซอร์ การกรอด้วยเกล็ดอัญมณีเหมาะสำหรับริ้วรอยตื้นๆ และเพิ่งเริ่มปรากฏ ส่วนการลอกผิวด้วยสารเคมีมักได้ผลไม่แน่นอนขึ้นกับชนิด ความเข้มข้นของกรด และทักษะของแพทย์ผู้ทำการรักษา ลดริ้วรอยด้วยเลเซอร์ ในบรรดาวิธีการปรับสภาพผิวทั้งสามวิธีที่กล่าวมา เลเซอร์นับเป็นวิธีที่ได้ผลดีและคาดเดาผลการรักษาได้ดีที่สุด เลเซอร์สามารถกรอปรับสภาพพื้นผิวเพื่อลดริ้วรอย เพราะพลังงานความร้อนจากแสงเลเซอร์จะกรอริ้วรอยบริเวณผิวชั้นบนออก และยังกระตุ้นให้หนังแท้สร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นใหม่เพื่อช่วยเสริมให้ริ้วรอยน้อยลง นอกจากนี้ผิวที่สร้างขึ้นมาใหม่มักยืดหยุ่นดีขึ้นทำให้รู้สึกผิวเด้งมากขึ้น การลดริ้วรอยด้วยเลเซอร์ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงน้อยหากได้รับการรักษาที่มาตรฐานโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เลเซอร์ลดริ้วรอยมีกี่ชนิด […]

ลบรอยแดงจากสิว

คนที่เคยเป็นสิวจะสังเกตเห็นว่า ในบางตำแหน่งที่สิวหายแล้วอาจทิ้งรอยแดงไว้ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดบริเวณนั้นๆ รอยแดงดังกล่าวจะไม่จางหายไปเองไม่ว่าจะปล่อยไว้นานเท่าไร และการทายาไม่สามารถทำให้รอยแดงจางหายไปได้ ในอดีตสิ่งที่ช่วยได้อย่างเดียวคือการใช้เครื่องสำอางทาปกปิดรอยไว้ แต่ในปัจจุบันเลเซอร์สามารถใช้ลบเลือนรอยแดงเหล่านี้ได้ เลเซอร์รักษารอยแดง เลเซอร์ที่แพทย์นำมาใช้รักษารอยแดงจากสิวคือเลเซอร์เพาส์ดาย เลเซอร์ชนิดนี้จะปล่อยพลังงานแสงในช่วงความยาวคลื่นที่สามารถถูกดูดเข้าไปในเม็ดเลือด เมื่อเม็ดเลือดดูดพลังงานแสงเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำให้เส้นเลือดฝ่อตัว รอยแดงที่เกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดจะค่อยๆ จางหายไป การรักษาต้องทำกี่ครั้ง การรักษารอยแดงจากสิวด้วยเลเซอร์ต้องทำต่อเนื่องกัน 4-5 ครั้ง ทุก 3-4 สัปดาห์ จำนวนครั้งของการเลเซอร์ขึ้นอยู่กับระดับความแดงของรอยสิว แผลหลังเลเซอร์เป็นอย่างไร การใช้เลเซอร์เพาส์ดายสำหรับรักษารอยแดงจะไม่มีแผล หลังการรักษาผิวบริเวณดังกล่าวจะมีสีแดงขึ้นเล็กน้อย แต่มักจางหายไปในวันรุ่งขึ้น ความรู้สึกขณะเลเซอร์ การตั้งค่าพลังงานของเลเซอร์เพื่อใช้รักษารอยแดงจากสิวถือว่าใช้พลังงานที่ต่ำมาก ประกอบกับเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้มีอุปกรณ์เสริมที่พ่นลมเย็นลงบนผิวหนังระหว่างการทำเลเซอร์ ลมเย็นจะป้องกันไม่ให้ผิวไหม้และช่วยลดอาการแสบร้อนระหว่างการทำเลเซอร์ เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าจะเจ็บน้อยมากแต่จะรู้สึกเย็นๆ บริเวณผิวหนัง ซึ่งเกิดจากลมเย็นที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวเครื่อง ต่อจากนั้นจะรู้สึกคล้ายถูกหนังยางดีดผิวระหว่างที่แสงเลเซอร์ตกกระทบผิว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะทนได้ และไม่มีความจำเป็นต้องทายาชา การทายาชาจะทำให้เส้นเลือดหดตัวชั่วคราว ทำให้พลังงานแสงเข้าไปในผิวหนังได้น้อยลง ซึ่งทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร ผลการรักษาเป็นอย่างไร รอยแดงที่ไม่มีแผลหลุมอยู่ข้างใต้จะจางหายไปหลังการเลเซอร์ต่อเนื่องกัน 4-5 ครั้ง แต่สำหรับรอยแดงที่มีแผลหลุมอยู่ด้วย หลังจากที่รอยแดงจางหายไปแผลหลุมอาจดีขึ้นเล็กน้อย เพราะพลังงานความร้อนที่เกิดจากแสงเลเซอร์ไปกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนได้บ้าง ถ้าต้องการให้แผลหลุมเรียบขึ้น ต้องรักาด้วยเลเซอร์ปรับสภาพผิวต่อไป แผลหลังเลเซอร์มีลักษณะอย่างไร หลังการรักษารอยแผลจะแดงมากขึ้นเล็กน้อย แต่จางหายในวันรุ่งขึ้นผลการรักาในแต่ละครั้งจะเริ่มเห็นได้ชัดประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังเลเซอร์ ผู้ป่วยสามารถล้างหน้า ทายา และแต่งหน้าไปตามปกติ […]

เรื่องสิวสิว

สิวเป็นปัญหาติดอับดับ 1 ใน 3 ของคนไข้ที่มาพบแพทย์ผิวหนัง วัยรุ่นเกือบทุกคนจะต้องผ่านการเป็นสิว ความรุนแรงของสิวจะมากน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคนและประวัติทางพันธุกรรม สิวมักเกิดในบริเวณที่มีความหนาแน่นของต่อมไขมันมาก คือบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลัง การเกิดสิวโดยเฉพาะบริเวณใบหน้ามีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้มากพอๆ กับการป่วยเป็นโรคด่างขาว คนที่เป็นสิวมักอายและขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม จึงพยายามเสาะแสวงหาการรักษาเพื่อให้สิวหายขาด สาเหตุการเกิดสิว สิวในวัยรุ่นเกิดจากสาเหตุร่วมกันอย่างน้อย 4 ประการ คือ 1. ไขมันหลั่งจากต่อมไขมันมากกว่าปกติ เพราะมีฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เป็นตามธรรมชาติของวัยรุ่น 2. มีการอุดตันของท่อต่อมไขมัน หากไขมันหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ท่อต่อมไขมันพองโตและแตกง่าย ตามมาด้วยการอักเสบโดยจะเห็นเป็นตุ่มหนองหรือถุงน้ำ 3. เกิดจากการสะสมหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า พีแอ๊คเน่ (P.acnes) ภายในท่อไขมัน 4. การอับเสบของต่อมไขมัน ซึ่งเป็นผลจากการอุดตันของท่อต่อมไขมันและเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดสิว นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ยังมีปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดสิวได้ เช่น 1. รับประทานหรือทายาสเตียรอยด์ 2. แพ้เครื่องสำอาง ที่พบบ่อยคือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือบำรุงผิว 3. การรบกวนผิว เช็ดถูหน้าแรง การขัดหน้านวดหน้า 4. ความเครียด การนอนดึก 5. […]

1 2 3